Search for
Login | Username Password Forgot? | Email: | Create Account
Non English | Popularity: 1 | Entries: 130 | Updated: 1 year ago | | Add to My Feeds

บทความวิทยุรายการ “ พบเภสัชกร”
โดย นสภ. กรกฎ บัวเทศ รหัสนิสิต 42210112
ออกอากาศ ณ. สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยนเรศวร 107.25 MHz
วันที่ 14 มกราคม 2547 เวลา 9.30 – 10.00 น.

เรื่อง กวาวเครือ
อ.อรรถการ : สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้วนะครับในรายการ “พบเภสัชกร” ออกอากาศทุกวันศุกร์เวลา 9 โมงครึ่ง โดยประมาณ ผมอาจารย์เภสัชกร อรรถการ นาคำ รับผิดชอบดำเนินรายการ วันนี้ เรามีนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ม. นเรศวร มาร่วมพูดคุยกันด้วย เชิญแนะนำตัวก่อนครับ
กรกฎ : สวัสดีค่ะ ดิฉัน กรกฎ บัวเทศ เป็นนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ สาขาบริบาลเภสัชกรรม ชั้นปีที่ 6 ค่ะ
อ. อรรถการ : ครับ เราก็ได้รู้จักน้องเค้าไปแล้วนะครับ แล้ววันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องอะไรดีครับ
กรกฎ : ค่ะ เรื่องที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ เป็นเรื่องของสมุนไพรที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากเลยนะคะ เป็นเรื่องของกวาวเครือค่ะ ซึ่งเรื่องที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้คือเรื่องที่ประเทศญี่ปุ่นขอยื่นจดสิทธิบัตร ที่ยังคงเป็นข้อขัดแย้งกันอยู่นะคะ เรื่องที่คุยกันก็เกี่ยวกับประโยชน์ สรรพคุณ ผลเสีย เพื่อให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับกวาวเครือกันมากขึ้น
อ. อรรถการ : ฟังดูน่าสนใจทีเดียวครับ แต่ที่ว่าญี่ปุ่นนั้นยื่นขอจดสิทธิบัตร แสดงว่าที่ญี่ปุ่นก็มีกวาวเครือเหมือนที่ประเทศไทยสิครับ
กรกฎ : ค่ะ ความจริงแล้วกวาวเครือมีอยู่ด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่ กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง กวาวเครือดำ และกวาวเครือมอ กวาวเครือที่กำลังได้รับความสนใจคือ กวาวเครือขาว ซึ่งเป็นพืชตระกูลถั่ว ซึ่งกวาวเครือขาวจะพบในอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วยค่ะ
อ. อรรถการ : ครับ ก็ได้ทราบถึงลักษณะทั่วไปของกวาวเครือขาวแล้วนะครับ ส่วนประโยชน์ และสรรพคุณที่ใช้ของกวาวเครือขาวเป็นอย่างไร พบกันในช่วงหน้า สำหรับช่วงนี้พักฟังเพลงเพราะ ๆ กันสักครู่ครับ

…………………………เพลง ความรู้สึกของคนหมดใจ ของวง Zheez……………………….

อ. อรรถการ : ช่วงที่แล้วเราคุยเกริ่นกันถึง ลักษณะทั่วไปของกวาวเครือขาว และประเทศที่สามารถพบกวาวเครือกันไปแล้วนะครับ แล้วที่ญี่ปุ่นขอยื่นจดสิทธิบัตรนี่ใช้ประโยชน์ของกวาวเครือเหมือนกับในประเทศไทยหรือเปล่าครับ
กรกฎ : ที่ประเทศญี่ปุ่นเขาสกัดสารสำคัญออกมา แล้วใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางที่มีผลช่วยทำให้ใบหน้าขาวขึ้นค่ะ ส่วนในประเทศไทยที่ใช้กวาวเครือก็เพื่อเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง
อ. อรรถการ : แล้วสรรพคุณทางยาของกวาวเครือนี่ใช้แก้อะไรได้บ้างครับ
กรกฎ : กวาวเครือขาว สรรพคุณที่สำคัญในยาแผนโบราณคือเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้กินได้นอนหลับ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ในตำรายาแผนโบราณจะบดหัวกวาวเครือขาวเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งปั้นให้มีขนาดเท่ากับเม็ดพริกไทย รับประทานวันละ 1 เม็ด โดยมีข้อห้ามใช้ในหนุ่มสาว ส่วนในทางพฤกษเคมี หัวกวาวเครือประกอบด้วยสารที่ทราบสูตรโครงสร้างทางเคมีแล้วไม่ต่ำกว่าสิบชนิด แต่ที่น่าสนใจก็คือสารหลายตัวที่พบอยู่ในกวาวเครือนั้นเป็นสารที่จัดอยู่ในกลุ่มของไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) นั่นคือเป็นสารจากพืชที่มีฤทธิ์เช่นเดียวกับเอสโตรเจน
อ. อรรถการ : แล้วทำไมกวาวเครือขาวถึงมีข้อห้ามใช้ในคนหนุ่มสาวล่ะครับ
กรกฎ : สารกลุ่มไฟโตรเอสโตรเจนที่ว่ามีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมลักษณะทางเพศตลอดจนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในเพศหญิง เมื่อใช้ในคนหนุ่มสาวอาจทำให้ระบบการทำงานของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
อ. อรรถการ : แล้วหัวกวาวเครือที่ว่ามีฤทธิ์เหมือนเอสโตรเจน สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างครับ
กรกฎ : ในยาแผนปัจจุบันได้มีการนำสารในกลุ่มเอสโตรเจนมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาคุมกำเนิด และใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือนหรือที่เรียกว่าวัยทอง ซึ่งการใช้ในลักษณะนี้จะปลอดภัยก็ต่อเมื่อได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนใช้ ดังนั้นจึงอาจใช้กวาวเครือในสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือสตรีสูงอายุที่ต้องการเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้ตัวเอง เหมือนกับการใช้ฮอร์โมนทดแทนได้คะ
อ. อรรถการ : แล้วการใช้กวาวเครือจะมีความปลอดภัยกว่าการใช้เอสโตรเจนในยาแผนปัจจุบันหรือเปล่าครับ
กรกฎ : ไฟโตเอสโตรเจนที่มีอยู่ในกวาวเครือมีความปลอดภัยสูงกว่าเอสโตรเจนที่ใช้กันอยู่ในยาแผนปัจจุบันหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้นะคะ แต่มีรายงานเมื่อไม่นานมานี้ถึงสารเจ-นิสเตอิน (genistein) ซึ่งเป็นไฟโตเอสโตรเจนที่พบอยู่ในกวาวเครือมีฤทธิ์ทำให้เกิดความผิดปกติของโครโมโซมและเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ในหลอดทดลอง
อ. อรรถการ : ครับ ก็ได้ทราบถึงประโยชน์ สรรพคุณ และพิษของกวาวเครือไปแล้วนะครับ ส่วนหลักการเลือกใช้กวาวเครือให้ปลอดภัยเป็นอย่างไร พบกันในช่วงหน้า ส่วนช่วงนี้พักฟังเพลงเพราะ ๆ กันสักครู่ครับ

…………………………………เพลง ดีแต่ปาก ของวง Big Ass……………………………………

อ. อรรถการ : กลับมาพบกันในช่วงสุดท้ายนะครับ สำหรับช่วงนี้เราจะมาทราบถึงหลักการเลือกใช้กวาวเครือ อย่างปลอดภัยกันครับ
กรกฎ : กลุ่มที่สามารถใช้กวาวเครือได้โดยไม่มีปัญหา คือ 1. สตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน 2. สตรีที่ผ่าตัดเอามดลูกหรือท่อรังไข่ออก 3. สตรีที่มีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน ซึ่งส่งผลให้หน้าอกแบน ประจำเดือนมาไม่ปกติ และ 4. สตรีสูงอายุที่ต้องการเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้ตัวเอง อย่างไรก็ตามควรมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดกับแพทย์ก่อนตามที่เคยพูดไปแล้วนะคะ
อ. อรรถการ : แล้วขนาดที่ควรรับประทานต่อวันสำหรับกวาวเครือนี่มีข้อจำกัดไหมครับ
กรกฎ : กระทรวงสาธาณสุขได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นว่า การบริโภคกวาวเครือขาวที่น่าจะปลอดภัย และ ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายคน ควรมีขนาดไม่เกิน 1-2 มิลลิกรัมต่อ กิโลกรัมต่อวัน ถ้าคิดจากน้ำหนักเฉลี่ยของคนไทยคือ 50 กิโลกรัม ขนาดบริโภคจะต้องไม่เกิน 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ไม่ควรบริโภคกวาวเครือเพื่อหวังผลในการ เพิ่มทรวงอกหรือบำรุงสมรรถภาพทางเพศ เพราะยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันทางด้านความปลอดภัย และคุณสมบัติที่ชัดเจน และถ้ารับประทานแล้วเกิดอาการแพ้ เช่น ผิวหนังเป็นผื่นคัน มีอาการ วิงเวียน หายใจขัดควรหยุดใช้ทันทีคะ
อ. อรรถการ : ครับ วันนี้เราก็ได้สาระประโยชน์เกี่ยวกับกวาวเครือ เพื่อเป็นความรู้และข้อมูลที่ใช้ในการ ตัดสินใจใช้สมุนไพรตัวนี้ วันนี้เวลาของเราก็หมดลงแล้ว ขอขอบคุณ นสภ. กรกฎ บัวเทศ ที่มา พูดคุย ให้ความรู้กับเราในวันนี้ พบกันใหม่ทุกวันศุกร์ เวลา 9 โมงครึ่งโดยประมาณ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
กรกฎ : สวัสดีค่ะ

Share/Save/Bookmark

More from ท่านชาย


^ Back To Top